ที่มาของการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สลค.


  พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช ๒๕๕๑
    
มาตรา ๓๔ กำหนดให้การจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า โดยให้ข้าราชการปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดี มาตรา ๗๘ กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาจรรยาข้าราชการตามที่ส่วนราชการกำหนดไว้ โดยมุ่งประสงค์ให้ข้าราชการที่ดีมีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ


นโยบายรัฐบาล

นโยบายของรัฐบาล
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
         
ด้านการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ : ข้อ ๑๐.๕ ใช้มาตรการทางกฎหมาย การปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมและจิตสำนึกในการรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการและความซื่อสัตย์สุจริต ควบคู่กับการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับอย่างเคร่งครัด ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น สร้างภาระแก่ประชาชนเกินควร หรือเปิดช่องโอกาสการทุจริต เช่น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุญาต อนุมัติ และการขอรับบริการจากรัฐ ซึ่งมีขั้นตอนยืดยาว ใช้เวลานาน ซ้ำซ้อนและเสียค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและประชาชน

มติคณะรัฐมนตรี
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑

          คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ให้หน่วยงานภาครัฐ นำแนวทางและมาตรการตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแปลงไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต่อมาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๕ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๕

มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
          คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
 สำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทุกส่วนราชการ โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ และให้รองหัวหน้าส่วนราชการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง

ยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พ.ศ.๒๕๕๒ -๒๕๕๕
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เสริมสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล

         วัตถุประสงค์
มุ่งส่งเสริม เสริมสร้าง จิตสำนึกและค่านิยม ให้แก่หน่วยงานภาครัฐบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล โดยมีทัศนคติ วิสัยทัศน์ ในการร่วมกันแก้ไขและรับผิดชอบต่อปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบภาครัฐ รวมทั้งการรณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ทุกภาคส่วนมีวินัย เคารพกฎหมาย กฎ และระเบียบ ที่จะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา การพัฒนา ตลอดจนเป็นการวางรากฐานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
         มาตรการ/แนวทางดำเนินงาน

         ๑.๑ ส่งเสริมการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                ๑.๑.๑ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ทุกภาคส่วน ให้ปฏิบัติงานและดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
                ๑.๑.๒ ประยุกต์การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดมรรคผลในทางปฏิบัติ

                ๑.๑.๓ จัดให้มีหลักสูตรการเรียนรู้หรือการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ทุกภาคส่วน

         ๑.๒ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับได้เรียนรู้และปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยหลักธรรมาภิบาล
                ๑.๒.๑ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งมีการฝึกอบรมเพื่อให้ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล
                ๑.๒.๒ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ประพฤติปฏิบัติตน ตามมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม
                ๑.๒.๓ ควบคุม กำกับ ดูแล การปฏิบัติงาน การประพฤติปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม
         ๑.๓ กำหนดให้มีหลักสูตรทางการศึกษา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๑.๓.๑ จัดให้มีหลักสูตรทางการศึกษา/หลักสูตรการฝึกอบรม ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๑.๓.๒ กำหนดให้หลักสูตรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐเป็นหลักสูตรบังคับที่ใช้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ
                ๑.๓.๓ ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
         ๑.๔ ส่งเสริมค่านิยมการยกย่องและเชิดชูความดี ความซื่อสัตย์สุจริต และการต่อต้านการทุจริต โดยให้ยึดถือเป็นค่านิยมกระแสหลักของชาติ
                ๑.๔.๑ ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
                ๑.๔.๒ รณรงค์ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้สังคมมีค่านิยม ยกย่อง เชิดชู และเห็นคุณค่าของการประพฤติปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม
                ๑.๔.๓ ส่งเสริม เชิดชู หน่วยงานหรือบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๑.๔.๔ ส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างค่านิยมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
         วัตถุประสงค์
มุ่งประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในภาครัฐ เสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกลไกในการตรวจสอบ ถ่วงดุล รวมถึงการสร้างหลักประกันความปลอดภัยในการแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
         มาตรการ/แนวทางดำเนินงาน

         ๒.๑ บูรณาการหน่วยงานภาครัฐกับองค์กรทุกภาคส่วนในการป้องกัน  และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๒.๑.๑ ประสานความร่วมมือทางด้านข้อมูลและการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับองค์กรทุกภาคส่วน
                ๒.๑.๒ ให้มีการจัดตั้ง
“ศูนย์การข่าวกลาง” เพื่อดำเนินการจัดระบบการข่าวเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ตลอดจนการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในภาครัฐจากทุกหน่วยงาน เพื่อนำไปประมวล วิเคราะห์ เพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๒.๑.๓ ส่งเสริม สนับสนุน องค์กรและบุคลากรทางด้านสื่อสารมวลชนให้มีความเข้มแข็ง และเป็นอิสระในการทำหน้าที่ตรวจสอบและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้สาธารณชนรับทราบ

                ๒.๑.๔ ส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐ มีระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ โดยให้มีเว็บบอร์ด เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
         ๒.๒ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบ การทุจริตหรือประพฤติมิชอบในภาครัฐ

                ๒.๒.๑ เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ภาคประชาชนมีความตื่นตัวต่อสภาพปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ
                ๒.๒.๒ สร้างและพัฒนาช่องทางในการรับแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสให้มีความสะดวก หลากหลาย รวมทั้งสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้แก่บุคคลหน่วยงานหรือข้อมูลนั้น
                ๒.๒.๓ ส่งเสริมสิทธิในการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

                ๒.๒.๔ กำหนดมาตรการสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้แจ้งข้อมูลหรือเบาะแส ให้ได้รับรางวัลตอบแทน

                ๒.๒.๕ ให้องค์กรหรือบุคลากรด้านสื่อสารมวลชนเป็นสื่อกลางในการแสวงหาความร่วมมือเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
         วัตถุประสงค์
มุ่งพัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม และถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ระดับภูมิภาค สร้างกลไก ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนให้มีศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตปรับปรุง แก้ไข และพัฒนากฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการทุจริตหรือเป็นอุปสรรคต่อการป้องกัน   และปราบปรามการทุจริตภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ เสริมสร้างประสิทธิภาพในการคุ้มครองพยานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกับองค์กรอื่นระหว่างประเทศ
         มาตรการ/แนวทางดำเนินงาน

         ๓.๑ พัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม และถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม ชัดเจน และมีประสิทธิภาพ

                ๓.๑.๑ ให้หน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีโครงสร้างของหน่วยงาน อัตรากำลัง การบริหารงานบุคคล และงบประมาณที่เหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจและความรับผิดชอบ
 
               ๓.๑.๒ ให้หน่วยงานภาครัฐแต่ละองค์กร สร้างระบบการตรวจสอบการบริหารราชการ โดยกำหนดให้แยกอำนาจการบริหารงานออกจากอำนาจการพิจารณาคดี เพื่อสามารถถ่วงดุลหรือยับยั้งอีกอำนาจหนึ่งได้
 
               ๓.๑.๓ สนับสนุนให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง
                ๓.๑.๔ ให้หน่วยงานภาครัฐ ควบคุม กำกับ ติดตาม ประเมินผลการใช้อำนาจในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง  และเป็นธรรม

                ๓.๑.๕ ให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำดัชนีชี้วัดความโปร่งใสและเกณฑ์มาตรฐานกลางความโปร่งใสของแต่ละหน่วยงาน โดยให้มีหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นองค์กรกลางทำหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล การดำเนินการ
         ๓.๒ ส่งเสริมการกระจายอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐไปสู่ระดับภูมิภาค

                ๓.๒.๑ สนับสนุนให้มีการจัดโครงสร้าง การบริหารงานบุคคล และงบประมาณจากส่วนกลางสู่ระดับภูมิภาค

                ๓.๒.๒ ให้หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลการบริหารราชการ

                ๓.๒.๓ ให้หน่วยงานภาครัฐส่วนภูมิภาคแต่ละองค์กรมีระบบการควบคุมการใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม            

                ๓.๒.๔ ให้มีระบบการรายงานและติดตามประเมินผลการดำเนินงานต่อส่วนกลาง
         ๓.๓ สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนให้มีศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                ๓.๓.๑ วางแนวทางและส่งเสริมบทบาทความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนหรือหน่วยงานตรวจสอบภายนอก ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

                ๓.๓.๒ สนับสนุนให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตภาครัฐ

         ๓.๔ เสริมสร้างประสิทธิภาพของกฎหมายเพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

                ๓.๔.๑ ให้มีการปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เอื้อประโยชน์ต่อการทุจริต หรือเป็นอุปสรรคต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือเพื่อให้ทันสมัยต่อสภาพปัญหาการทุจริตภาครัฐในปัจจุบัน

                ๓.๔.๒ ให้หน่วยงานภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคโดยเคร่งครัด
                ๓.๔.๓ พัฒนาระบบการสืบสวนสอบสวนหรือการไต่สวนข้อเท็จจริงให้รวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม
                ๓.๔.๔ สร้างกลไกในการเฝ้าระวัง สอดส่อง ดูแล ติดตามการกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในภาครัฐ
                ๓.๔.๕ จัดให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ให้สามารถตรวจสอบสถานภาพบุคคล พฤติการณ์การกระทำผิด ตลอดจนทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในภาครัฐให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

                ๓.๔.๖ สร้างกลไกในการปกป้องเจ้าหน้าที่ของรัฐด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ที่ได้ปฏิบัติการตามหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
         ๓.๕ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ
                ๓.๕.๑ ประสานความร่วมมือกับองค์กรระดับนานาชาติเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๓.๕.๒ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการยึด อายัดและนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตภาครัฐมาดำเนินคดีในประเทศ
                ๓.๕.๓ สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เข้าร่วมพันธกรณีเป็นสมาชิกองค์กรต่อต้านการทุจริตระดับนานาชาติ

         ๓.๖ เสริมสร้างประสิทธิภาพในการคุ้มครองพยาน

                ๓.๖.๑ สร้างหลักประกันความปลอดภัยโดยกำหนดมาตรการและแผนงานในการคุ้มครองพยาน
                ๓.๖.๒ ควบคุม กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองพยาน

                ๓.๖.๓ พัฒนาศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านการคุ้มครองพยาน
         ๓.๗ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการป้องกัน   และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

                ๓.๗.๑ สนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ดำเนินการจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ที่มีความทันสมัยมาใช้ในการแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
                ๓.๗.๒ สนับสนุนให้มีการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ

                ๓.๗.๓ ให้มีการวางระบบฐานข้อมูลด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐของแต่ละหน่วยงาน เพื่อรวบรวมและนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งข้อมูลข่าวสาร งานวิจัยและงานวิชาการต่างๆ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
         วัตถุประสงค์
มุ่งพัฒนาสมรรถนะและขีดความสามารถเจ้าหน้าที่ของรัฐในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐให้สัมฤทธิผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขสภาพปัญหาการทุจริตให้เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง สร้างมาตรฐานทางวิชาชีพให้สามารถร่วมมือหรือประสานการปฏิบัติกับองค์กรทุกภาคส่วน รวมถึงองค์กรอื่นระหว่างประเทศ
         มาตรการ/แนวทางดำเนินงาน

         ๔.๑ พัฒนาสมรรถนะและขีดความสามารถเจ้าหน้าที่ของรัฐในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
                ๔.๑.๑ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

                ๔.๑.๒ กำหนดให้มีการจัดตั้งสถาบัน จัดทำหลักสูตรการศึกษา และ/หรือ หลักสูตรการฝึกอบรมของวิชาชีพด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
               ๔.๑.๓ ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ และข้อมูลข่าวสารด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐระหว่างประเทศให้เป็นปัจจุบัน
                ๔.๑.๔ จัดตั้งศูนย์ข้อมูลความรู้ทางวิชาการเพื่อให้มีกระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนให้มีการศึกษาตัวอย่างกรณี
(case study)
                ๔.๑.๕ ส่งเสริมให้มีการวิจัยด้านต่าง ๆ อาทิ การใช้อำนาจของผู้บริหารที่เอื้อประโยชน์ต่อการทุจริต การจัดทำสัญญาระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การทุจริตเชิงนโยบาย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อนำผลการวิจัยไปสู่การพัฒนาศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

        
๔.๒ สร้างมาตรฐานทางวิชาชีพด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
                ๔.๒.๑ ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐร่วมกันสร้างมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ
                ๔.๒.๒ กำหนดให้มีมาตรฐานเกี่ยวกับค่าตอบแทนของวิชาชีพ

                    ๔.๒.๓ กำหนดให้มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการติดตามประเมินผล รวมถึงการลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพ
 

   

 

Home || ธรรมาภิบาล สลค. || คุ้มครองจริยธรรม || ต่อต้านการทุจริต || กิจกรรม || เอกสารน่ารู้
คณะทำงานส่งเสริมธรรมาภิบาลของ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี [email protected]